หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์เอกผู้หนึ่งของหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ผู้คิดค้นการเจริญสติปัฏฐานแบบเคลื่อนไหว

หลวงพ่อคำเขียนเกิดที่อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ก่อนที่จะมาเติบใหญ่ที่อำเภอ แก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ความที่บิดาจากไปแต่ท่านยังเยาว์วัย ท่านจึงต้องรับภาระในครอบครัวก่อนวัยอันควร เป็นเหตุให้บวชเณรได้ไม่นานก็ต้องลาสิกขามาช่วยมารดาทำนาและดูแลน้องๆ

เมื่อเข้าสู่วัยฉกรรจ์ ท่านหันมาเป็นหมอธรรม มีอาชีพทางสะเดาะเคราห์กับรักษาโรคด้วยเวทย์มนต์คาถาและน้ำมนต์จนเมื่อได้มาพบ หลวงพ่อเทียน และทดลองฝึกสติปัฏฐานตามแนวของท่านชั่วเวลาเดือนเดียวก็เห็นผลของการปฏิบัติเข้าใจแก่นแท้ของศาสนา จึงละทิ้งไสยศาสตร์ หันมาสมาทานพระรัตนตรัยอย่างจริงจัง และอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ ๓๐ ปี ใน พ.ศ.๒๕๐๙

หลังจากที่ท่านได้ติดตามหลวงพ่อเทียนมาเป็นเวลาเกือบสิบปี ในพ.ศ. ๒๕๑๙ ท่านได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดป่าสุคะโต บนเทือกเขาภูโค้ง ซึ่งไม่ไกลจากบ้านเดิมของท่านนัก เป็นเวลาหลายปีที่ท่านได้ร่วมสหธรรมิก บุกเบิกสำนักสงฆ์กลางป่าเขาอันทุรกันดารแห่งนี้ จนกลายเป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่สำคัญของอำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ เป็นผลให้คนรุ่นใหม่ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศพากันดั้นด้นมาศึกษา ด้านในของชีวิตเพื่อการบรรเทาตนให้พ้นจากความทุกข์ ที่ศรัทธาในการปฏิบัติจนละทิ้งฆราวาสวิสัย ถือเพศพรหมจรรย์ก็มีไม่น้อย

ปัจจุบันท่านพำนักที่วัดท่ามะไฟหวานซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดป่าสุคะโต โดยดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะตำบลหนองขาม อีกตำแหน่งหนึ่ง และได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูบรรพตสุวรรกิจ

 

พระไพศาล เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๐๐  มีนามเดิมว่า ไพศาล วงศ์วรวิสิทธิ์  ท่านเข้าศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาและ มัธยมศึกษา ณ โรงเรียนอัสสัมชัญ สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี พุทธศักราช ๒๕๒๓

ท่านอุปสมบทที่วัดทองนพคุณ กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ. ศ. ๒๕๒๖ แล้วมาปฏิบัติธรรมที่วัดสนามใน ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่ง กรรมการมูลนิธิโกมลคีมทอง กรรมการมูลนิธิสุขภาพไทย กรรมการมูลนิธิสันติวิถี กรรมการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น และกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ

พระไพศาลเป็นนักคิด นักเขียนที่มีผลงานมากมายไม่ว่าจะเป็นงานเขียน งานเขียนร่วม งานแปล งานแปลร่วม งานบรรณาธิกรณ์ งานบรรณาธิกรณ์ร่วม รวมทั้งเขียนบทความ ให้สัมภาษณ์การอภิปรายลงตามนิตยสารต่างๆมากมาย

ท่านสามารถเชื่อมโยงความรู้ทางด้านพุทธธรรมมาอธิบายปรากฏการณ์ของชีวิต และสังคมในบริบทสังคมสมัยใหม่ได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม เข้าใจได้ง่าย และมีทักษะในการอธิบายหลักธรรมที่ยากและลึกซึ้งให้เห็นเป็นเรื่องใกล้ตัว ทำให้คนทั่วไปเห็นความสำคัญของเรื่องธรรมว่าเป็นเรื่องที่น่าใคร่ครวญศึกษาและปฏิบัติ